บริษัท แอคทีฟ ดี คอนซัลท์ จำกัด | บริษัทบัญชีและภาษี โทร. 093-694-1794 admin@activedeeconsult.com
หน้าแรก/เครื่องมือ

สร้างใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

กรอกข้อมูลด้านซ้าย ระบบจะขึ้นตัวอย่างเอกสารให้ทันที เสร็จแล้วกดปุ่มพิมพ์เพื่อบันทึกเป็น PDF ข้อมูลทั้งหมดประมวลผลในเบราว์เซอร์ของคุณเท่านั้น ไม่ถูกส่งหรือบันทึกไว้ที่ไหน

ข้อมูลเอกสาร

ทุกช่องอัปเดตตัวอย่างเอกสารแบบเรียลไทม์

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

Certificate in Lieu of Receipt
เลขที่ -
วันที่ออก -
ชื่อกิจการ:-(ผู้ซื้อ / ผู้รับบริการ)(-)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี:-
ที่อยู่:-
ลำดับวันที่รายการจำนวนเงิน (บาท)หมายเหตุ
รวมทั้งสิ้น 0.00
ตัวอักษร:-
ข้าพเจ้า ................... ตำแหน่ง ................... ขอรับรองว่า รายจ่ายข้างต้นนี้ไม่อาจเรียกเก็บใบเสร็จรับเงินจากผู้รับได้จริง และข้าพเจ้าได้จ่ายไปในกิจการของบริษัทจริงทุกประการ
ผู้เบิกจ่าย / วันที่
ผู้อนุมัติ / วันที่

* เอกสารนี้เป็นแบบฟอร์มทั่วไปตามแนวทางกรมสรรพากร ใช้เพื่ออ้างอิงเบื้องต้นเท่านั้น กรณีมีข้อสงสัยเรื่องการใช้เป็นรายจ่ายทางภาษี แนะนำให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีของกิจการก่อนใช้จริง

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน คืออะไร

คำตอบ

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน คือเอกสารที่พนักงานของกิจการเขียนขึ้นเอง เพื่อรับรองว่าตนเองได้จ่ายเงินไปจริงในนามของกิจการ แต่ไม่สามารถขอใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้ มักใช้กับรายจ่ายจิปาถะที่มีมูลค่าไม่มาก เช่น ค่าที่จอดรถ ค่าทางด่วน ค่าวินมอเตอร์ไซค์ กรมสรรพากรกำหนดรูปแบบเอกสารนี้ไว้ในคู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชี หัวข้อ 2.1.3

หลายคนเข้าใจผิดว่าเอกสารนี้ใช้แทนใบเสร็จได้ในทุกกรณี แต่จริง ๆ แล้วกรมสรรพากรจัดลำดับเอกสารไว้ 3 ขั้น และใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินคือขั้นสุดท้าย ที่ใช้เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเท่านั้น หากผู้รับเงินยอมเซ็นชื่อให้ ก็ต้องใช้เอกสารขั้นก่อนหน้าเสมอ

ใช้ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินเมื่อไหร่

ขั้นที่ 1

ใบรับตามมาตรา 105 ทวิ

ถ้าผู้รับเงินยินยอมออกใบรับให้ ควรใช้ขั้นนี้ก่อนเสมอ เพราะเป็นหลักฐานที่แข็งแรงที่สุด

ขั้นที่ 2

ใบสำคัญรับเงิน

กรณีผู้รับเงินออกใบเสร็จให้ไม่ได้ แต่ยินยอมลงลายมือชื่อในช่องผู้รับเงิน พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน

ขั้นที่ 3

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

ใช้เมื่อผู้รับเงินไม่ยอมเซ็นชื่อให้เลย พนักงานของกิจการจึงต้องรับรองการจ่ายเงินนั้นด้วยตนเอง คือเอกสารที่หน้านี้สร้างให้

ถ้าไม่มีหลักฐานการรับเงินจากผู้รับเงินเลยสักอย่าง คู่มือของกรมสรรพากรให้จัดทำ ใบสำคัญจ่าย ตามหัวข้อ 2.3 ซึ่งต้องระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้รับเงิน พร้อมลายมือชื่อผู้รับเงินและผู้มีอำนาจอนุมัติ

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินต้องมีอะไรบ้าง

ตามคู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีของกรมสรรพากร หัวข้อ 2.1.3 เอกสารนี้ต้องมีข้อมูลครบทุกข้อ ขาดข้อใดข้อหนึ่งไป อาจกลายเป็นเอกสารที่พิสูจน์ตัวผู้รับเงินไม่ได้

สังเกตว่าแบบของกรมสรรพากรเป็นใบเดียวที่รวมรายจ่ายย่อยหลายรายการในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ใบละหนึ่งรายการ จึงออกแบบมาให้เคลียร์เงินสดย่อยทีเดียวตอนสิ้นเดือน เครื่องมือด้านบนจึงทำเป็นตารางหลายบรรทัดตามต้นฉบับ

เอกสารที่ต้องแนบ

หลักฐานการจ่ายเงิน คือสิ่งที่ช่วยให้รายจ่ายผ่าน

คู่มือของกรมสรรพากรแนะนำหลักฐานการจ่ายเงิน 2 แบบ คือ สำเนาเช็คที่ขีดคร่อม A/C Payee only ซึ่งมีหลักฐานตัดบัญชีแล้ว หรือสำเนาใบโอนเงินผ่านธนาคาร/ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เพราะเอกสารพวกนี้คือสิ่งเดียวที่พิสูจน์ได้ว่าเงินไปถึงใครจริง จึงควรแนบไว้ทุกครั้งที่ทำได้

จ่ายเงินสดยิ่งต้องระวัง

รายจ่ายที่ต้องใช้ใบรับรองแทนใบเสร็จมักเป็นเงินสด ซึ่งไม่มีร่องรอยไปถึงตัวผู้รับเงิน ทางที่ปลอดภัยกว่าคือโอนเงินให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วเขียนเลขอ้างอิงการโอนไว้ในช่องหมายเหตุ ถ้าจำเป็นต้องจ่ายสดจริง ๆ ให้เก็บหลักฐานอื่นประกอบไว้ด้วย เช่น ภาพถ่ายสินค้า ใบส่งของ หรือสัญญา

เก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี นับแต่วันปิดบัญชี

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 14 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันปิดบัญชี ไม่ใช่นับจากวันที่ในเอกสาร และอธิบดีมีอำนาจกำหนดให้เก็บเกิน 5 ปีได้ แต่ไม่เกิน 7 ปี ฝ่าฝืนมีโทษปรับตามมาตรา 31 — ควรเก็บใบรับรองแทนใบเสร็จไว้คู่กับหลักฐานการจ่ายเงินในชุดเดียวกัน แยกเก็บคนละที่แล้วหาไม่เจอตอนถูกตรวจ ก็มีค่าเท่ากับไม่มีเอกสาร

วิธีเขียนใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

  1. ใส่ชื่อกิจการ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และเลือกว่าเป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
  2. ใส่รายจ่ายทีละบรรทัด ระบุวันที่จ่ายจริงของแต่ละรายการ
  3. เขียนรายละเอียดให้คนนอกอ่านแล้วเข้าใจ เช่น "ค่าแท็กซี่ไปยื่นเอกสารที่สรรพากรพื้นที่" ดีกว่าเขียนว่า "ค่าเดินทาง"
  4. ใส่จำนวนเงินของแต่ละรายการ แล้วตรวจยอดรวมให้ตรงกับยอดตัวอักษร
  5. ในช่องหมายเหตุ ระบุว่าจ่ายเงินสดหรือโอน ถ้าโอนให้ใส่เลขอ้างอิงด้วย
  6. ใส่ชื่อและตำแหน่งของพนักงานผู้เบิกจ่าย พร้อมช่วงวันที่ตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้ายในตาราง
  7. พิมพ์ออกมาให้ผู้เบิกจ่ายและผู้อนุมัติลงลายมือชื่อจริง แล้วแนบหลักฐานการจ่ายเงินเก็บเข้าแฟ้ม
☎ 💬 📱 ↑