กรอกข้อมูลด้านซ้าย ระบบจะขึ้นตัวอย่างเอกสารให้ทันที เสร็จแล้วกดปุ่มพิมพ์เพื่อบันทึกเป็น PDF ข้อมูลทั้งหมดประมวลผลในเบราว์เซอร์ของคุณเท่านั้น ไม่ถูกส่งหรือบันทึกไว้ที่ไหน
ทุกช่องอัปเดตตัวอย่างเอกสารแบบเรียลไทม์
| ลำดับ | วันที่ | รายการ | จำนวนเงิน (บาท) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| รวมทั้งสิ้น | 0.00 | |||
* เอกสารนี้เป็นแบบฟอร์มทั่วไปตามแนวทางกรมสรรพากร ใช้เพื่ออ้างอิงเบื้องต้นเท่านั้น กรณีมีข้อสงสัยเรื่องการใช้เป็นรายจ่ายทางภาษี แนะนำให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีของกิจการก่อนใช้จริง
ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน คือเอกสารที่พนักงานของกิจการเขียนขึ้นเอง เพื่อรับรองว่าตนเองได้จ่ายเงินไปจริงในนามของกิจการ แต่ไม่สามารถขอใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้ มักใช้กับรายจ่ายจิปาถะที่มีมูลค่าไม่มาก เช่น ค่าที่จอดรถ ค่าทางด่วน ค่าวินมอเตอร์ไซค์ กรมสรรพากรกำหนดรูปแบบเอกสารนี้ไว้ในคู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชี หัวข้อ 2.1.3
หลายคนเข้าใจผิดว่าเอกสารนี้ใช้แทนใบเสร็จได้ในทุกกรณี แต่จริง ๆ แล้วกรมสรรพากรจัดลำดับเอกสารไว้ 3 ขั้น และใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินคือขั้นสุดท้าย ที่ใช้เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเท่านั้น หากผู้รับเงินยอมเซ็นชื่อให้ ก็ต้องใช้เอกสารขั้นก่อนหน้าเสมอ
ถ้าผู้รับเงินยินยอมออกใบรับให้ ควรใช้ขั้นนี้ก่อนเสมอ เพราะเป็นหลักฐานที่แข็งแรงที่สุด
กรณีผู้รับเงินออกใบเสร็จให้ไม่ได้ แต่ยินยอมลงลายมือชื่อในช่องผู้รับเงิน พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน
ใช้เมื่อผู้รับเงินไม่ยอมเซ็นชื่อให้เลย พนักงานของกิจการจึงต้องรับรองการจ่ายเงินนั้นด้วยตนเอง คือเอกสารที่หน้านี้สร้างให้
ถ้าไม่มีหลักฐานการรับเงินจากผู้รับเงินเลยสักอย่าง คู่มือของกรมสรรพากรให้จัดทำ ใบสำคัญจ่าย ตามหัวข้อ 2.3 ซึ่งต้องระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้รับเงิน พร้อมลายมือชื่อผู้รับเงินและผู้มีอำนาจอนุมัติ
ตามคู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีของกรมสรรพากร หัวข้อ 2.1.3 เอกสารนี้ต้องมีข้อมูลครบทุกข้อ ขาดข้อใดข้อหนึ่งไป อาจกลายเป็นเอกสารที่พิสูจน์ตัวผู้รับเงินไม่ได้
สังเกตว่าแบบของกรมสรรพากรเป็นใบเดียวที่รวมรายจ่ายย่อยหลายรายการในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ใบละหนึ่งรายการ จึงออกแบบมาให้เคลียร์เงินสดย่อยทีเดียวตอนสิ้นเดือน เครื่องมือด้านบนจึงทำเป็นตารางหลายบรรทัดตามต้นฉบับ
คู่มือของกรมสรรพากรแนะนำหลักฐานการจ่ายเงิน 2 แบบ คือ สำเนาเช็คที่ขีดคร่อม A/C Payee only ซึ่งมีหลักฐานตัดบัญชีแล้ว หรือสำเนาใบโอนเงินผ่านธนาคาร/ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เพราะเอกสารพวกนี้คือสิ่งเดียวที่พิสูจน์ได้ว่าเงินไปถึงใครจริง จึงควรแนบไว้ทุกครั้งที่ทำได้
รายจ่ายที่ต้องใช้ใบรับรองแทนใบเสร็จมักเป็นเงินสด ซึ่งไม่มีร่องรอยไปถึงตัวผู้รับเงิน ทางที่ปลอดภัยกว่าคือโอนเงินให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วเขียนเลขอ้างอิงการโอนไว้ในช่องหมายเหตุ ถ้าจำเป็นต้องจ่ายสดจริง ๆ ให้เก็บหลักฐานอื่นประกอบไว้ด้วย เช่น ภาพถ่ายสินค้า ใบส่งของ หรือสัญญา
พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 14 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันปิดบัญชี ไม่ใช่นับจากวันที่ในเอกสาร และอธิบดีมีอำนาจกำหนดให้เก็บเกิน 5 ปีได้ แต่ไม่เกิน 7 ปี ฝ่าฝืนมีโทษปรับตามมาตรา 31 — ควรเก็บใบรับรองแทนใบเสร็จไว้คู่กับหลักฐานการจ่ายเงินในชุดเดียวกัน แยกเก็บคนละที่แล้วหาไม่เจอตอนถูกตรวจ ก็มีค่าเท่ากับไม่มีเอกสาร